ไม่เชื่อ ต้องลบหลู่

posted on 11 Aug 2009 17:16 by brawatcher  in 01-LivingRoom

ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา เรื่อง "กรรม" ดูจะเป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยผู้มีปัญญาทั้งหลายให้ความสนใจอย่างมากจนผิดปกติ รายการโทรทัศน์ นำเสนอบุคคลที่อ้างตนว่าสามารถมองเห็น "กรรม" ของคนอื่นๆได้ สามารถบอกได้ว่าชาติที่แล้วคุณเป็นใคร และได้ทำอะไรไว้ ซ้ำร้าย หนังสือที่พูดถึงเรื่องนี้ยังติดอันดับขายดี ของร้านหนังสือใหญ่ๆ แทบทุกร้าน ผมนึกสงสัย เป็นกรรมอะไรของกูวะ ที่ต้องเห็นคนงมงายกับความเชื่องี่เง่าแบบนี้

 

ไอน์สไตน์ เคยกล่าวชื่นชม ศาสนาพุทธไว้ว่า "ศาสนาแห่งอนาคต จะเป็นศาสนาแห่งจักรวาล ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนเหตุผล และประสบการณ์ ปฏิเสธความเชื่อที่ไร้เหตุผล ถ้าหากจะเสาะหาศาสนาที่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ ศาสนานั้นน่าจะเป็นพุทธศาสนา" ถ้าไอน์สไตน์รู้ว่า เรื่องชาติที่แล้ว เป็นส่วนหนึ่งของศาสนาพุทธด้วย เขาอาจจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่

 

ผมไม่เชื่อว่าหลักธรรมศาสนาพุทธ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชาติที่แล้ว อาจจะมีชาดกที่แต่งขึ้นพูดถึง แต่ผมไม่เชื่อว่ามันคือแก่นหรือสาระของหลักธรรมในศาสนา เรื่องพวกนี้อาจเป็นเพียงอุบายให้คนเราได้สำนึกและเกรงกลัวการทำบาปในชาตินี้ ไม่ใช่งมงายโทษชาติที่แล้ว เรื่องน่าละอายกว่านั้นก็คือ คนที่เอาเรื่องแบบนี้มาหากิน ไม่เว้นแม้กระทั่งพระ หรือแม่ชีบางรูป ที่สร้างความเชื่อแย่ๆ ด้วยการไปบอกกับคนที่มีปัญหาในชีวิต ว่าชาติที่แล้วเขาเป็นใคร ก่อกรรมทำเข็ญกับใครไว้ ชาตินี้จึงต้องรับกรรม สรุปแล้ว ชาตินี้เราไม่ต้องทำอะไรเลยใช่มั้ย ไม่ต้องต่อสู้ ไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องใช้ชีวิตในแบบที่เราอยากเป็น เพราะกรรมที่เราก่อไว้ในชาติที่แล้ว มันไม่ไร้สาระไปหน่อยหรือ

 

ผมมักได้รับคำเตือนอยู่เสมอว่า "ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่" ซึ่งผมไม่คิดอย่างนั้น ถ้าเราไม่เชื่อ เราควรที่จะต้องลบหลู่ และผมขอลบหลู่เลยว่า คนที่เชื่องมงายในเรื่องชาติที่แล้ว เป็นคนที่งี่เง่า ไม่มีสมอง และไร้สาระที่สุด

 

เรื่องชาติที่แล้ว กับเรื่องกรรม เป็นคนละเรื่องนะครับ สำหรับผม กรรม คือ การกระทำ และแน่นอนทุกการกระทำย่อมมีผลที่ตามมา อาจจะดีหรือร้าย แต่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องชาติที่แล้ว การที่เราไม่มีเงินทองใช้ในชาตินี้ เพราะเราไม่ขยัน ไม่เก็บออม และไม่รู้จักความพอดี ไม่ใช่เพราะว่า ชาติที่แล้วเราไปเผาวัด ตัดเศียรพระไปขาย การที่เราประสบอุบัติเหตุ ก็เพราะเราไม่ระมัดระวังเพียงพอ ไม่ใช่ชาติที่แล้วเราเคยเอาดาบไปฟันทหารพม่าขาขาด ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นเรื่องของชาตินี้ ไม่ใช่ชาติที่แล้ว อย่างมงายกันให้มากนัก ความเชื่อแบบนี้ ยิ่งทำให้เรากลายเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอมากขึ้นเรื่อยๆ และการที่เราเชื่อเรื่องไร้สาระแบบนี้ เรากำลังลบหลู่ตัวเองอยู่

 

และถ้าคิดว่าเราไม่มีที่พึ่งจึงต้องเชื่อในเรื่องมหัศจรรย์ ผมมีเรื่องมหัศจรรย์จะเล่าให้ฟังครับ

 

ผู้หญิงคนหนึ่งตื่นตั้งแต่ตีห้า ทำงานบ้าน และเป็นแม่ค้าในตลาดทำงานอย่างหนักตั้งแต่เช้ายันค่ำ กลับมาบ้านก็ทำอาหารให้ลูกๆ กิน เก็บเงินตลอดชีวิต ส่งเสียจนลูกสองคนเรียนจบปริญญา โดยที่ตัวเองจบแค่ชั้นประถม

 

เด็กผู้ชายคนหนึ่ง ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เขาจะถีบรถสามล้อรับส่งคนในซอย ตอนเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ ไปเรียนหนังสือ กลับจากโรงเรียน ก็มาถีบรถสามล้อรับส่งคนในซอยจนถึงสามทุ่ม แล้วจึงกลับไปทำการบ้าน เรียนได้เกรดเฉลี่ยสามกว่าๆ

 

ผู้ชายคนหนึ่งตอนกลางวันทำงานเป็นข้าราชการ พอตกเย็นก็ไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร เก็บเงินเพื่อเลี้ยงดูภรรยาที่เขาเพิ่งแต่งงานด้วย และลูกติดของเธอ

 

เรื่องราวของคนจริงๆแบบนี้มหัศจรรย์มั้ยครับ หรือมันเป็นกรรมของคนที่พยายามต่อสู้ เพื่อจะมีชีวิตที่มีคุณค่า คนที่เชื่อในการกระทำของตน และไม่เคยลบหลู่ตัวเอง 

 

ไม่เห็นเกี่ยวกับชาติที่แล้วตรงไหน

 

 

Previously on brawatcher's blog

10/08/2009 : แสวงหา [click to read]

 04/08/2009 : Departures ความงามของการตาย [click to read]

 15/07/2009 : ไข้หวาดใหญ่ 2009 [click to read]

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับHot!

ผมเคยเห็นคนรู้จักที่เป็นเจ้าของร้านหนังสือที่เขี้ยวมาก งกมาก แล้วดุมากในระแวกบ้านผม เป็นคนที่ไม่เอาใครเลย

วันๆไม่สนใจอะไรมาก ขอแค่มีกำไร แต่เอากำไรที่ได้ไปทำบุญหมด



คนพวกนี้กลัวนรก กลัวไม่สบาย กลัวชาติหน้าไม่มีกิน กลัวชาติหน้าจะพิการ แต่ไอ้การทำบุญทั้งหมดมันก็ลดการกระทำในชาตินี้ภพนี้ไม่ได้หรอก

#1 By ทุยระเบิด on 2009-08-11 18:19

ส่วนใหญ่มาจากสิ่งแวดล้อม และการศึกษาค่ะ วิธีการแก้ก็ต้องแก้จากทั้งสองอย่างนี้นั่นเอง

เมื่อยังไม่มีความรู้ มีอะไรให้เชื่อก็เลยเชื่อกันไป ยิ่งมีคำพูดว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ด้วยแล้วยิ่งไม่มีใครกล้าพิสูจน์ ก็เลยยิ่งไม่รู้

เดี๋ยวนี้คนที่ไม่เชื่อน่าจะมีเยอะขึ้น การศึกษาสูงขึ้น ความเชื่อในสิ่งเหล่านี้น่าจะน้อยลง และทำให้รุ่นลูกหลานของคนเหล่านี้ไม่เชื่อไปด้วย
....อาศัยเวลาค่ะ

ความเชื่อ เชื่อได้ตราบเท่าที่ไม่งมงาย

ตอนได้ยินข่าวว่านจักจั่น ตอนนั้นพูดไม่ออกไปพักนึงเลยค่ะเพราะว่าสมัยเด็กเคยอ่านว่ามันคืออะไรจาก "สารานุกรมการ์ตูนสำหรับเด็ก" ของญี่ปุ่น นับเวลาก็ราวสิบปีได้ มาเห็นในสมัยนี้ว่ามีคนเชื่อถึงขนาดนั้นแล้วช็อคทีเดียว

...คงต้องอาศัยเวลาอีกนาน


ชอบตัวอย่างที่ยกมาค่ะ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของคนได้เป็นอย่างดี
อยากให้สื่อยกย่องคนที่มีความพยายามให้มากๆ จังค่ะ ละครหลังข่าวก็อยากให้มีเนื้อเรื่องเกียวกับความพยายามของคนจริงๆ....แต่คงได้แต่หวัง ฮาๆ

#2 By Sirius on 2009-08-11 18:51

เห็นด้วยและถูกใจมากHot! Hot!

#3 By wesong on 2009-08-11 19:26

คนเราแก้กรรมในวันเดียวไม่ได้..

คนที่เชื่อในเรื่องกรรมเก่า วันๆ เอาแต่คิดหาทางแก้กรรมนั้นเฮ้อ...

ตัวเองยังไม่นับถือตัวเอง ไม่พยายามด้วยตัวเอง ก็จงเป็นแบบนั้นอยู่ร่ำไป

คนเราควรมีความพยายามและพอใจกับผลงานของตน

Hot! Hot! Hot!
แต่ผมชอบกรณีนี้ครับ

ดาราสาวถามหมอดูว่าปีนี้ตนเองจะมีคลิปหลุดอีกหรือไม่
หมอดูตอบคล่องแคล่วมั่นใจพ้นจากปีนี้ไปไม่มีแน่นอน

การกระทำของเธอนั้นมิได้เป็นสิ่งชี้วัดอยู่แล้วหรอกหรือ
ผู้กระทำกลับไม่รู้ คนเสือกรู้ไม่ได้เป็นผู้กระทำ ๕ๆๆ

คอนเฟิร์ม!

http://gossipstar.mthai.com/clip-video/957

Hot!

#5 By DO! on 2009-08-12 04:52

Hot! Hot! Hot!

เห็นด้วยครับ เพราะความกลัว คนเลยใช้เรื่องพวกนี้เป็นเครื่องมือในการหากินและ้เป็นข้ออ้างในการไม่ทำอะไร

#6 By Seam - C on 2009-08-13 08:33

คนไทยนับถือ พราหมณ์ เป็นศาสนาประจำชาติ ไม่ใช่พุทธ
เพราะพุทธไม่บูชาเทพเจ้า.. กราบไหว้ผีสาง ขอพร ขอหวย ฯลฯ แต่ปากพูดว่าเมืองพุทธๆ มั่วจริงๆ

เรื่องชาติที่แล้วเราเชื่อ แต่เชื่อในแง่ที่ดีของมัน คือ เชื่อว่ามีชาตินี้ชาติหน้า จะได้ไม่อาลัยอาวรณ์คนที่จากเราไปมากนัก เพราะอาจได้เจอกันอีก อิอิ ส่วนเรื่องกรรม เวลาเจอเรื่องทุกข์ เรามองว่าเป็นแบบฝึกหัดมากกว่ากรรม เพราะถ้ามองว่าเป็นกรรมมันไม่แฟร์เลย

แต่ถ้าเป็นแบบฝึกหัดแล้วเราผ่านมันไปได้ ชาติหน้าเราจะจิตแข็ง..ปล่อยวางได้มากกว่านี้ ไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะนิพพาน<--คือไม่ยึดติดอะไรอีกแล้ว ไม่มีอะไรเป็นของเรา ศาสนาพุทธสอนเรื่องชาติหน้า(หรือชาติที่แล้ว)ไว้เพื่อฝึกจิตให้ปล่อยวาง ไม่ใช่ให้กลัวกรรม คนไทยมันมั่วขี้ตลอด

ดีใจที่ชาตินี้ได้รู้จักคุณนะ
เราคงเคยทำกรรม(ดี)มาด้วยกัน คิๆๆquestion
จะมีซักกี่คนที่คิดแบบนี้

แต่คนส่วนมากเขาไม่ได้คิดเรา เราเชื่อเรื่องพวกนี้เพราะ

เรากลัวอะไรบางอย่าง ถ้าใช้ชีวิตอยู่แต่กลับความกลัว

แล้วเราจะมีความสุขได้อย่างไร

ถูกของคุณ ที่บอกว่า ไม่เชื่อต้องลบหลู่ คนเราควรมีจุด

ยืนของความคิดเป็นของตัวเอง เราไม่ควรปล่อยให้สภาวะ

ทางความคิดอยู่ในสภาพที่เรียกว่าความยืดหยุ่น

เพราะนั่นหมายถึง เราไม่กล้าที่จะยืนยันความคิดตนเอง

วันนี้ผมไปเรียน แล้วอาจารย์ก็อวยพรเรื่องที่สอบ ทุกคน

ต่างพนมมือน้อมรับพร ถ้าการพนมมือรับพรแล้วมันทำให้

สอบได้เราคงไม่ต้องมานั่งอ่านหนังสือกันหรอก

ใช่ เราต้องเชื่อในการกระทำของตนเองเท่านั้น.

#8 By ทิงนองนอย (202.12.97.111) on 2009-09-17 12:42

เป็น blog ที่ดีมากครับ ผมขอเอา link ไปแปะไว้ที่ blog ผมหน่อยนะครับ คงไม่ว่ากันนะ ^ ^

แต่เรื่องว่าจะแก้เนี่ย ผมว่าแก้ไม่ได้หรอกครับ
มันฝังเข้าไปอยู่ในโครโมโซมคนไทยแล้วครับ ฝังหัวกันตั้งแต่เกิดเลยทีเดียว

เหมือนกับเรื่อง บ้าๆ บอๆ ที่ผู้หญิงอย่างงั้นอย่างงี้ แล้วก็ออกมาถามหาความเท่าเทียม บ้าไปแล้ว
ในเมื่อคิดไม่เท่าเทียม แล้วมันจะเท่าเทียมยังไง

#9 By PikaJung (202.176.109.29) on 2009-11-27 02:13

อันที่จริงแล้ว พระเค้าไม่ให้ไปนึกถึงชาติที่แล้วหรอกนะ เพราะนึกถึงไปแล้วก็ไม่ได้อะไร

ส่วนเรื่องที่บอกว่า เชื่อ หรือ ไม่เชื่อ มันก็สุดแล้วแต่คน ต้องถามว่า คนที่ไม่เชื่อ เคยลองปฎิบัติดูหรือยัง?

หลักในพระพุทธไม่ได้ให้เราต้องมัวแต่ไปพะวงถึงชาติที่แล้วหรอกครับ

เห็นด้วยกับที่ว่า ถ้ามัวแต่ไปท้อเท้ใจว่าชาติที่แล้วไม่ดี ก็คงไม่ต้องทำอะไรกันแล้วแหละครับ

#10 By คนหนึ่ง (110.164.148.23) on 2009-11-29 11:46