หนังดีๆ ตลอดปี50

posted on 28 Dec 2007 01:37 by brawatcher  in 02-WatchingRoom

ตลอดปี 50 ที่กำลังจะผ่านไป ถือเป็นปีที่ดีปีหนึ่งสำหรับการดูหนัง ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ จะเป็นการดูเพื่อความบันเทิงเสียส่วนมาก หนังนอกกระแสต่างๆ มีโอกาสได้ดูนับเรื่องได้ หนังที่เลือกมาส่วนใหญ่จึงจะเห็นได้ว่าเป็นหนังฮอลลีวู้ด และหนังกระแสหลักเสียมาก แต่ก็โชคดีที่หนังเหล่านี้ก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีอยู่หลายเรื่อง บางเรื่องดีเกินคาดเสียด้วยซ้ำ หนังที่เลือกมาพูดถึง เป็นการคัดเลือกจากหนังที่ได้ดูในปีนี้ ไม่ว่าจะในโรงหนัง หรือดูแผ่นที่บ้าน ไม่มีการจัดอันดับใดๆ ไม่ได้จำกัดจำนวนเรื่อง และคัดเลือกโดยรสนิยมส่วนตัวล้วนๆ ถือเป็นบันทึกการดูหนังประจำปีนี้ก็แล้วกัน

babel

Babel / directed by Alejandro Gonzalez Inarritu

หนังที่ร้อยเรียงเหตุการณ์ หลายเหตุการณ์ที่เกิดกับคนหลายคน ที่อยู่ในหลายประเทศ โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่กระสุนนัดหนึ่ง ที่ถูกลั่นออกไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นหนังที่เชื่อมโยงทุกอย่างได้อย่างลงตัว และ เท่ห์โดยไม่โชว์เหนือมากมายเหมือน งานก่อนหน้า ของผู้กำกับชื่อเรียกยากคนนี้ หนังชี้ให้เห็นประเด็น ว่าด้วยความโง่ของมนุษย์ ที่ทำผิดพลาดลงไปโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั้นสามารถสร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงได้

bourne ultimatum

The Bourne Ultimatum / directed by Paul Greengrass

ภาคสามของ หนังแอ็คชั่นสายลับความจำเสื่อม ที่ต้องค้นหาอดีตของตัวเองไปพร้อมๆกับ การถูกตามล่าจากทางการซึ่งเคยเป็นนายจ้างของเขา หนังทั้งสามภาคเป็นหนังแอ็คชั่นชั้นดี ที่เต็มไปด้วยความฉลาด พระเอกแก้ไขสถานการณ์ด้วยมันสมอง ไม่โอเวอร์เหมือนหนังในแนวนี้ เรื่องอื่นๆ ในภาคนี้ เราจะได้พบกับฉากตื่นเต้นมากมายหลายฉาก โดยเฉพาะฉากที่ไม่มีการต่อสู้ใดๆเลย ที่สถานีรถไฟ แค่เดินไปเดินมา และคุยกันทางวิทยุ แม่งแค่นี้มันยังทำให้ตื่นเต้นและลุ้นระทึกได้ รวมไปถึงฉากต่อสู้ที่สมจริงมากๆ ในหลายๆฉาก ไม่มีระเบิดตูมตาม หรือยิงกันสนั่นหวั่นไหวทุกอย่างทำออกมาได้ดีมาก ตื่นเต้นเอาใจช่วยตลอดเวลา

children of men

Children of Men / directed by Alfonso Cuaron

ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ โลกอนาคตที่ไม่ไกลเท่าไหร่ ในช่วงที่มนุษย์บนโลกไม่สามารถให้กำเนิดมนุษย์ได้ เป็นเหตุให้สังคมสิ้นหวัง และ เป็นโลกอนาคตที่ดูหดหู่ เป็นหนังไซไฟที่นำเสนอการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองได้อย่างดีเยี่ยม ชั้นเชิงของผู้กำกับทำให้หนังออกมาดูดิบ และสมจริงมากๆ หนังเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่น แบบลองเทคไม่มีการตัดต่อ ที่ดูแล้วอดชื่นชมไม่ได้ว่าคิดได้ยังไง และมันถ่ายกันได้ยังไง เป็นหนังที่น่าศึกษามากในเชิงของเทคนิคของการถ่ายทำ

devil wears prada

The Devil wears Prada / directed by David Frankel

เป็นหนังตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เพิ่งมาได้ดูเมื่อตอนต้นปี เป็นหนังดราม่าฮอลลีวู้ดชั้นดี การแสดงของสองนักแสดงนำโดดเด่นมาก และทำให้ผมมอง เมอรีล สตรีพ เปลี่ยนไป จากที่ไม่เคยชอบการแสดงของเธอเลย เพราะเรื่องที่ว่าดีๆของเธอหลายเรื่องผมมักจะรู้สึกเหมือนกำลังดูละครเวทีอยู่ แต่กับเรื่องนี้เธอให้การแสดงที่มีมิติมาก ราวกับว่าเธอเป็นคนแบบนี้จริงๆ เป็นหนังที่พูดถึงการเติบโต และการได้เรียนรู้จากกันและกัน โดยไม่มีฉากจบที่ย้วยน่ารำคาญเหมือนหนังแนวนี้ทั่วไป เป็นหนังฮอลลีวู้ดที่จบได้อย่างเรียบง่าย และลงตัว เพียงแค่การสบตากันของคนสองคน

die hard 4

Die Hard 4.0 / directed by Len Wiseman

จอห์น แม็คเคลน กลับมาอีกครั้งในสภาพแก่หง่อม และโลว์เทค ล้าสมัย แต่หัวใจยังสู้เต็มร้อย แม้สังขารจะโรยราไปบ้าง แต่ก็ยังตายยากอยู่ดี หนังแอ็คชั่นไม่ต้องคิดอะไรมาก บู๊กันสนั่นจอ ระหว่างผู้ร้ายที่ใช้สมอง กับพระเอกที่ใช้กำลัง และสัญชาตญาณ หนังให้ความบันเทิงเต็มที่ และมันส์จริงๆ ดูสนุกตลอดเรื่อง เป็นภาคที่มันส์ที่สุดในสี่ภาคก็ว่าได้ เสียดายที่ผู้ร้ายมันตายง่ายไปหน่อย ยิ่งเมื่อเทียบกับพระเอก ตัวโกงแม่งตายโคตรง่ายเลย คำว่า die hard มันสงวนสิทธิ์ไว้ให้คนเดียว

grindhouse

Grindhouse / Planet terror directed by Robert Rodiguez ,Death Proof directed by Quentin Tarantino

ด้วยความที่เป็นคนรักหนังเกรดบีเป็นชีวิตจิตใจของสองผู้กำกับ โรดิเกวซ และ ทารันติโน่ จึงจับมือกันสร้างโปรเจกต์บูชาสิ่งที่พวกเขารัก โดยวางแผนให้เป็นหนังสองเรื่องควบแถมมีหนังตัวอย่างหลอกๆคั่นด้วย แต่เนื่องจากคนที่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทำมีจำนวนน้อย คนส่วนใหญ่ในโลก รวมทั้งบ้านเราจึงได้ดูแบบแยกเป็นเรื่องๆ Planet terror เป็นเรื่องของเชื้อไวรัส ที่ทำให้คนที่ติดเชื้อกลายสภาพเป็นผีดิบ กลุ่มตัวเอกต้องหาวิธีเอาตัวรอด โดยมีดาวเด่นเป็นนักเต้นที่มีขาข้างหนึ่งเป็นปืนกล ส่วน Death Proof เป็นเรื่องของฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าเหยื่อด้วยการพุ่งรถชน แต่จนแล้วจนรอดฆาตกรโรคจิต ก็ต้องโดนเล่นงานโดยแก๊งเชียร์ลีดเดอร์ ทั้งสองเรื่องดูสนุก ตลก และตั้งใจให้ดูห่วยเหมือนหนังแบบที่ทั้งคู่ชอบ แต่หนังมันออกมาดีอะ

the host

The Host / directed by Bong Joon Ho

หนังสัตว์ประหลาดสัญชาติเกาหลี ที่จิกกัดความหลงตัวเองของพวกอเมริกันได้อย่างเจ็บแสบ เป็นเรื่องของครอบครัวขี้แพ้ที่ร่วมใจกันเพื่อช่วยเหลือลูกสาวที่ถูกสัตว์ประหลาดเก็บไว้เป็นเสบียง หนังดูสนุกตื่นเต้น อยู่ทุกนาที ซำยังมีมุขตลกร้ายให้ขำได้เป็นระยะๆ เทคนิคการถ่ายทอดเรื่องให้ออกมาตื่นเต้นเร้าใจอยู่ในขั้นเซียน ถือเป็นแนวหน้าของวงการหนังเกาหลี ที่มักจะมีแต่หนังรักๆใคร่ ที่นางเอกสวยโคตร แต่หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แบบที่ว่าเลยแม้แต่น้อย แต่หนังก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มันเก่งจริงๆ

hula girls

Hula Girls / directed by Lee Sang Il

หนังยอดเยี่ยมจากสถาบันในญี่ปุ่น เรื่องของหมู่บ้านชนบทที่ทำเหมืองมาตลอดชีวิต แต่เมื่อโลกได้พัฒนา มีพลังงานทางเลือกใหม่ เหมืองจึงกลายเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นน้อยลงเรื่อยๆ แต่แล้วเมื่อเจ้าหน้าที่เทศบาลมีแผนพัฒนาหมู่บ้านให้กลายเป็นฮาวายที่สองกลับถูกชาวบ้านต่อต้าน มีเพียงเด็กสาวกลุ่มหนึ่งที่เชื่อว่า การเต้นฮูล่าจะช่วยชาวบ้านได้ เธอทุกคนจึงต้องพิสูจน์ตัวเอง ให้ทุกคนได้เห็น เป็นหนังสูตรที่เคยดูมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ทำไมกับเรื่องนี้ เราจึงยินดีที่จะดูสิ่งที่เรารู้ว่าเรื่องมันจะเดินหน้าไปยังไง ได้อย่างซาบซึ้ง และประทับใจ ถือเป็นหนังสูตรที่เดินตามตำราเป๊ะๆ และได้คะแนนเต็ม

i am legend

I am Legend / directed by Francis Lawrence

หนังแอ็คชั่น-สยองขวัญ-วิทยาศาสตร์ วิล สมิท รับบทเป็นผู้รอดชีวิตหนึ่งเดียวในนิวยอร์กที่ต้องดำรงชีวิตอย่างหวาดกลัวความมืด เนื่องด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ทำให้เหลือมนุษย์ที่ยังเป็นมนุษย์อยู่เพียงคนเดียว กับสุนัขคู่ใจอีกตัวหนึ่ง เราจะได้เห็นวิล สมิท เล่นอยู่คนเดียวกว่าครึ่งเรื่อง แต่หนังก็ไม่ได้น่าเบื่อแต่อย่างไร กลับให้ความลุ้นระทึกอย่างเต็มที่ โดยการใช้องค์ประกอบที่ไม่มากมายอะไรด้วย เป็นหนังสยองขวัญที่เท่ห์มากๆเรื่องหนึ่ง ดูสนุกตื่นเต้น นั่งเกร็งได้ตลอด น่าเสียดายอยู่บ้างที่ตอนจบด่วนสรุปและโยงเข้าเรื่องศาสนาแบบค่อนข้างมั่วนิ่ม พระเอกเปลี่ยนความเชื่อของตัวเอง แบบง่ายดายไปหน่อย

the kingdom

The Kingdom / directed by Peter Berg

มีหนังบางเรื่องที่เมื่อเราดูจบ แล้วรู้สึกเหมือนถูกชกตอนเดินออกจากโรงหนัง หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนั้น เรื่องราวของ FBI กลุ่มหนึ่งที่เข้ามาพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุที่เรียกว่า the kingdom ที่ๆประชาชนชาวอเมริกันอาศัยอยู่รวมกันในซาอุดิอาระเบีย ขณะที่ไปสูบน้ำมันที่บ้านเค้า และเมื่อเกิดเหตุการณ์ระเบิดพลีชีพที่ทำให้ประชาชนอเมริกันในนั้นเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก FBI กลุ่มนี้จึงอาสาไปพิสูจน์หลักฐาน โดยลึกๆแล้วเหตุผลหลักข้อหนึ่งก็คือเพื่อแก้แค้น และไม่ไว้ใจฝีมือของพวกแขกทั้งหลาย หนังปล่อยหมัดฮุคคนดูในตอนจบที่ตั้งคำถามกับเราว่า สิ่งที่ต่างฝ่ายต่างกระทำใส่กันนั้น มันมีประโยชน์อะไร ถึงแม้จะเต็มไปด้วยความจงใจ แต่ก็เป็นหมัดที่เข้าเป้า และได้ผล

sunshine

Little Miss Sunshine / directed by Jonathan Dayton and Valerie Faris
หนังดราม่า ที่ให้ความรู้สึกดีๆ เรื่องของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งสมาชิกทุกคนสามารถจัดให้อยู่ในหมวดของคนขี้แพ้ได้ แต่เมื่อสมาชิกตัวเล็กสุดในบ้านได้มีโอกาสให้ไปประกวดนางงามเด็ก การเดินทางเพื่อพาเธอไปประกวดจึงเริ่มขึ้น และระหว่างทางก็ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ความหมายของชีวิต และการมีกันและกันในครอบครัว นักแสดงทุกคนสวมบทบาทครอบครัวเพี้ยนๆครอบครัวนี้ได้อย่างดีเยี่ยม ฉากง่ายๆหลายฉากสามารถทำให้เราหัวเราะอย่างมีความสุข และน้ำตาซึมได้พร้อมๆกัน เป็นหนังเล็กๆที่ดูแล้วซึ้งมากๆ

lives of others

The Lives of Others / directed by Florian Henckel von Donnersmarck
หนังต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ปีที่ผ่านมา หนังเยอรมันที่วิพากษ์วิจารณ์การเมืงระบอบสังคมนิยมที่ริดรอนเสรีภาพของประชาชน ในช่วงที่ยังแบ่งแยกเป็นเยอรมันตะวันตก และตะวันออก ตัวเอกของเรื่องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ที่ทำหน้าที่สอดแนม ดักฟังผู้ต้องสงสัยว่าไม่ยึดมั่นในสังคมนิยม แต่เมื่อเขาได้รับมอบหมาย ให้จับตานักเขียนบทละครเวที กับคู่รักนักแสดงของเขา แนวคิดบางอย่างของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อได้เรียนรู้ว่าการกักขังเสรีภาพของประชาชนนั้น ได้ทำร้ายชีวิต ของใครหลายคน เป็นหนังที่สะท้อนภาพของการเมืองของเยอรมันก่อนที่กำแพงเบอร์ลินล่มสลายได้อย่างดีเยี่ยม บทถูกเขียนขึ้นมาอย่างมีรายละเอียด และสร้างความรู้สึกเห็นใจ และสะเทือนใจ

me and you

Me and You and Everyone We Know / by Miranda July
หนังอินดี้ที่ดูแล้วจี๊ดมากๆ เรื่องนี้เป็นหนังของผู้กำกับหญิง ที่ควบตำแหน่งแสดงเป็นนางเอกด้วย เป็นหนังที่เล่าด้วยภาษาที่ทันสมัยมากๆ ฉากหลายฉาก เป็นฉากที่ทำให้เราที่นั่งดูต้องชื่นชมว่าคิดฉากเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร ใครจะเชื่อว่า ฉากที่ผู้หญิงติดกาวตาช้างแล้วให้ชายคนหนึ่งช่วยกด เพื่อรอเวลาให้กาวแห้งมันจะออกมาโรแมนติกได้ขนาดนี้ ยังไม่รวมฉากอื่นๆ อีกมากมายที่ดูแล้วอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ของคนทำ เป็นหนังช่างคิดที่สุดที่ได้ดูมาในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้

michael clayton

Michael Clayton / directed by Tony Gilroy
หนังเรื่องแรกของนักเขียนบทมือฉมัง ออกมาเป็นหนังฮอลลีวูด ที่ภาษาหนังดูไม่ค่อยเป็นฮอลลีวูดสักเท่าไหร่ หนังเริ่มต้นได้อย่างชวนง่วงและแทบดูไม่รู้เรื่องเลยว่าตัวละครในเรื่องมันกำลังทำอะไรกันอยู่ แต่เมื่อหนังดำเนินไปหนังยิ่งชวนให้เราติดตามมากขึ้นเรื่อย ทั้งๆที่ไม่มีฉากตื่นเต้นโครมครามเลยแม้แต่ฉากเดียว ฉากเด่นที่สุดของหนังที่ผมอดทึ่งไม่ได้ คือฉากฆาตกรรมที่เงียบมากๆ แต่ก็ลุ้นมากๆด้วย เป็นฉากที่ถูกเขียนขึ้นอย่างละเอียดจริง เมื่อหนังเดินทางมาจนจบรายละเอียดทั้งหลายที่ชวนงงและง่วงในตอนต้น ถูกทำให้เข้าใจและชื่นชม การแสดงของจอร์จ คลูนีย์ ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช็อตสุดท้ายของหนังที่จับใบหน้าของเขาราว 3-4 นาที โดยกล้องไม่ขยับเขยื้อนเลย ความรู้สึกที่สับสนและไม่รู้ว่าสึกอะไรกันแน่ ถูกถ่ายทอดออกมาจนดูเป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีมิติยิ่งนัก

bean holiday

Mr.Bean's Holiday / directed by Steve Bandelack
หลังจากที่เปลืองเนื้อเปลืองตัวไปกับเวอร์ชั่นฮอลลีวูดในภาคแรก ที่ออกมาย่ำแย่ และไร้เสน่ห์ของ มร.บีน โดยสิ้นเชิง ครั้งนี้เขากลับมาแก้มืออย่างสวยงาม กับการผจญภัยครั้งใหม่ที่ไปไกลถึงเมืองคานส์ เสน่ห์ที่ทำให้เราหลงรักเขาตอนที่เป็นหนังทีวีถูกใช้อย่างลงตัวในหนังภาคนี้ ทั้งตลก และอบอุ่น และที่สำคัญผู้กำกับในภาคนี้มันเก่งมาก โดยเฉพาะฉากโชว์ตอนไคลแมกซ์ ที่เกิดขึ้นในโรงหนัง เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น ตัดสลับกับภาพบนจอ ทำออกมาได้ซาบซึ้งและลงตัวชิบหาย

pan labyrinth

Pan's Labyrinth / directed by Gilermo Del Toro

กิลเลอร์โม่ เดล เตอโร่ เป็นคนที่หลงไหลในสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาด หนังของเขาจึงมักจะมีตัวละครที่หน้าตาประหลาดเป็นตัวเอกอยู่เสมอ หนังฮอลลีวูด อย่าง Hellboy ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง หนังเรื่องนี้เล่าถึงหนูน้อยโอฟีเลีย ผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของสงคราม และชีวิตที่แสนโหดร้าย แต่เมื่อเธอได้เจอกับแพน เธอจึงได้เข้าสู่โลกของจินตนาการ ที่เธอคาดหวังว่าจะเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ได้เรียนรู้ว่า โลกของความจริง หรือโลกจินตนาการ ต่างก็โหดร้ายไม่แพ้กัน

happyness

The Pursuit of Happyness / directed by Gabriele Muccino

หนังดราม่าฮอลลีวู้ดชั้นดี สร้างจากชีวิตจริง ว่าด้วยการแสวงหาความสำเร็จของเซลล์แมนอาภัพคนหนึ่ง ที่ต้องอดทนต่อสู้จนบางครั้งแม้ที่ซุกหัวนอนยังไม่มี เพื่อหน้าที่การงาน และต้องเลี้ยงดูลูกไปด้วยพร้อมๆกัน หนังสอนให้เราเห็นถึงความพยายามที่ต้องแลกมาด้วยความยากลำบาก และ ภาพความสัมพันธ์พ่อลูกได้อย่างน่าประทับใจ วิล สมิท เล่นหนังดีขึ้นเรื่อยๆ บทนี้อาจจะเป็นบทที่ดีที่สุดในชีวิตเดขาก็ว่าได้ ฉากที่พ่อลูกต้องนอนในห้องน้ำของสถานีรถไฟ วิล สมิธตีบทแตกกระจาย และทำเอาคนดูต้องน้ำตาแตกไปด้วย แต่หนังเรื่องนี้ก็มีสิ่งที่ไม่ควรมมี ในตอนที่เรื่องราวในหนังจบไปแล้ว ข้อความที่บอกเล่าความสำเร็จในชีวิตจริงของชายคนนี้ ดูให้ความสำคัญกับเรื่องเงินมากไป เพราะการแสวงหาความสุขที่สะกดผิดๆในเรื่องนี้ มันไม่ได้วัดกันที่เงินซะหน่อย

transformer
Transformer / directed by Michael Bay

หนังฟอร์มยักษ์ที่สร้างจากการ์ตูนและของเล่น ที่ผมเคยเห็นเมื่อตอนเด็กๆ เมื่อมาอยู่ในมือไมเคิล เบย์ จึงทำให้ผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ เพราะผลงานของเขามีเรื่องเดียวที่ผมชอบ คือ The Rock ส่วนหนังฮิตเรื่องอื่นๆของเขา ล้วนเป็นหนังแอ็คชั่นที่อุดมไปด้วยฉากเสี่ยวๆ อย่าง Armagedon และ Pearl Harbor หนังเรื่องนี้ก็ยังคงเอกลักษณ์ ฉากเสี่ยวๆ ประเภทที่ว่าตัวละครจ้องมองท้องฟ้าในยามอาทิตย์อัศดง ท้องฟ้าสีส้ม สร้างความหวังและพลังใจ ซึ่งดูกี่ทีมันก็เสี่ยวอยู่ดี แต่ส่วนอื่นๆ ของหนังเรื่องนี้ต่างหากที่ทำให้หนังดูสนุกสนานและตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคืออารมณ์ขันที่สร้างชีวิตชีวาให้กับหนัง และสร้างความผูกพันระหว่างคนดูกับหุ่นยนต์ น่าเสียดายที่ฉากต่อสู้ในตอนสุดท้าย ออกมาดูมั่วเกินไปหน่อยดูไม่ออกว่าใครสู้กับใครอยู่

300
300 / directed by Zack Snyder

หนังที่สร้างจากหนังสือการ์ตูน ของ แฟรงค์ มิลเลอร์ เช่นเดียวกับ Sin city เป็นหนังที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ป่าเถื่อน และไร้เหตุผล และแฝงไปด้วยทัศนคติเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งไม่ควรจะนำมายกย่องชื่นชมเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่สามารถกลบความแย่ต่างๆที่กล่าวมาตอนต้นได้ คือฉากต่อสู้ที่สุดมันส์ และโคตรเท่ห์ ดำเนินเรื่องอย่างกระชับ และต่อเนื่อง สร้างอารมณ์ร่วมได้ตลอดเวลา แต่ละช็อตในหนังถูกดีไซน์มาอย่างสวยงามราวกับภาพวาด เป็นหนังที่สวยทุกช็อตจริงๆ


หนังทุกเรื่องที่เอามาพูดถึง เป็นความประทับใจส่วนตัวในปีนี้ เลือกมาโดยไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ นอกจากความชอบส่วนตัว สุดท้ายนี้ คงต้องขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าสำหรับคนที่แวะเข้ามาทักทายกัน ขอให้มีหนังดีๆให้ดูตลอดปีหน้า รวมไปถึงมีชีวิตดีๆ ตลอดปีด้วยเช่นกัน

สวัสดีปีใหม่

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ปีนี้ไม่ค่อยได้ดูหนังเท่าไหร่
แต่ชอบเรื่อง 300 เหมือนกัน
หนังเท่ห์โคตร ภาพสวย
"สปาตัน!!" cry

#1 By bakabo (~^) on 2007-12-28 16:31

ขอบคุณสำหรับพรค่ะbig smile

หลังจากที่ได้อ่านบล็อกนี้ไปเมื่อตอนครึ่งปีแรก
ก็มีไปตามหนังที่เขียนถึงมาดูอยู่บ้างค่ะ

- Children of Men
ดูเบื้องหลังในดีวีดี เห็นการถ่ายทำฉากเด็ดฉากนั้น
(ตอนที่รถโดนโจมตีกลางป่าแล้วนางเอกโดนยิงอะ)
โคตรตื่นเต้นกะฉากนั้นเลย จำได้ว่าเราไม่ได้ยินเสียง
ดนตรีประกอบซักแอะด้วย เลยรู้สึกว่ามันสมจริงมาก
(ตอนดูรู้สึกว่าระทึก หายใจไม่ออกเลยนะ555)

พอดูเบื้องหลังแล้วก็ถึงกับร้อง โฮ๊ย.. ก็ทำกันถึง
ขนาดนี้ มิน่าล่ะฉากนี้มันก็เลยได้ขนาดนั้น55big smile

- Grindhouse สรุปก็ไม่ได้ดู Planet terror จิงๆ
จะหาดูได้ไหมอะ มันจะมีแผ่นก๊อบโซน3ไหม
สั่งแด๊ดไปนานแระ แต่ก็ยังไม่เคยได้ยินข่าวดี
กลับมาเลยจนวันนี้ ถ้ามีดีวีดีขอยืมดูหน่อยนะคะ
หรือบอกหน่อยว่าไปหาที่ไหน ตอนนี้ก็ยังตามหา
tenacious d ไม่ได้

แล้วก็ที่เคยบอกว่าจะให้ยืมหนังที่คล้ายเด็กหอน่ะ
เรายังจำได้อยู่นะคิดว่าสักวัน ถ้ามีโอกาสจะเอ่ย
ปากยืมดีวีดีเรื่องนั้นดูซักหน่อยค่ะ อิอิquestion

- The Host ได้ดูในรายการบิ๊กซีนีม่าช่อง7 แหะแหะ
พอดูจบไปเซิร์ชหาโทรศัพท์มือถือฝาพับสีขาวๆ
จ้าละหวั่นเพราะชอบเครื่องที่อยู่ในหนังมากแต่
ไม่ซื้อหรอกนะ55 ส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อของทาง
เกาหลีซะด้วย(ซึ่งไม่เกี่ยวกะหนังเลย จะพูดทำไมเนี่ย)

- The Pursuit of Happyness
ปกติเรามักจะเห็นว่าหนังที่สร้างจากเรื่องจริง
มักมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่างที่ทำห้หนังไม่สนุก
แต่เรื่องนี้ดูแล้วมีกำลังใจกับชีวิตจริงๆ...

..ฉากในห้องน้ำเป็นฉากที่ประทับใจ และจดจำได้เหมือนกันค่ะ

พอดีกว่าไปแระ..ไปดื้อๆเลย

Happy Hollidays ค่าconfused smile

#2 By SiLLY OLD WaeW on 2007-12-28 16:46

อ่านเอ็นทรี่นี้แล้วรู้สึกว่าเรายังไม่ค่อยได้ดูหนังดีๆ เลยรึนี่ ^^a เท่าที่ว่ามาแล้ว นอกจาก The Devil wears Prada, Death Proof และ 300 แล้วก็ไม่ได้ดูจริงๆ จังๆ เลย

Death Proof ไม่ประทับใจในแง่ดีเท่าไหร่เลย หลักๆ ก็เพราะครึ่งแรกน่าเบื่อมาก แต่ครึ่งหลังดูแล้วคิดว่าเป็นหนังที่สมแล้วที่เควนตินกำกับ เราว่าเป็นหนังที่แสดงออกถึงความเป็นตัวของเค้าได้อย่างดีเลยล่ะ

หลังอ่านจบ ตั้งใจจะตามดู Babel, Planet terror และ The Host เลยค่ะ ขอบคุณที่แนะนำนะคะ ส่วน I am Legend, The Kingdom และ Pan's Labyrinth อยู่ในลิสต์หนังที่อยากหาดูอยู่แล้วค่ะ

#3 By Sirius on 2007-12-28 18:35

ปอนไม่ได้ดูสักเรื่องเลยครับ

งั้นสวัสดีปีใหม่มีความสุขมากๆ นะครับconfused smile

#4 By ปอนปอน on 2007-12-29 00:26

ถ้าเนื้อหา ยกให้ Babel เลยค่ะ ถ้าดูเอามันส์ก็ชอบ Die Herd 4.0 ดูแบบไม่คิดอะไรก็ transformer ฉากสวยและเจ๋ง ยกให้ 300 Children of Men หนังเก๋ดีค่ะ Little Miss Sunshine ดูแล้วรู้สึกมีความพยายามขึ้นได้เยอะ

The Bourne ultimatum ภาค 3 นี่ ดูได้เรื่อยๆ ค่ะ สมเหตุผลดี แต่ถ้าถามเรื่องความตื่นเต้น ส่วนตัวคิดว่าไม่เท่าภาคเเรกค่ะ

ดูบ้างแต่ไม่เยอะเท่าคุณเลย

ว่าแต่อยากดู me and you and everyone we know ค่ะ เพื่อนบอกว่าหนังดี

สุขสันต์ปีใหม่ค่ะ ขอใมความสุขและโชคดีตลอดไปนะคะ

และเรื่องทรานฟอร์เมอร์มีข้อเสียอีกอย่าง คือ

ตัวโกงตายง่ายเกินไปหน่อย เหมือนกับเรื่องดายฮาร์ดอ่ะ

#6 By Juninyá on 2007-12-29 12:43

ชอบ the Devil wears prada ค่ะ เจ๋งๆจริงเรื่องนี้

happy New yaer มีความสุขมากๆ แข็งแรงๆตลอดปีนะคะbig smile

#7 By lamoon on 2008-01-01 19:06

ได้ชมแค่ไม่กี่เรื่องในลิสคุณ
บาเบล / น้ำผึ้งหยดเดียว แต่หากรู้ความหมายของ บาเบล อันเป็นความหมายแฝงของ ความเหลื่อมล้ำทางภาษา การใช้ภาษาต่าง การสื่อสารพลาด ความรู้เท่าไม่ถึงการของเด็ก หรือ วัยที่กำลังจะก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ มันพลาด พลาดแค่หนึ่งจุด เอาทฤษฎีโกลาหล มาอธิบายเรื่องนี้ก็ดูเข้าที

เดวิลแวร์ปราด้า / สนุกดีดูนางเอกแต่งตัวดีขึ้นเรื่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ สบายใจ ฮ่าๆๆ

เดอะโฮส / รัฐบาลเป็นงี้ทุกประเทศหรือเนี่ย?

มีแอนด์ยู / หนังที่มีสัญญะสอดอยุ่อย่างน่ารักทั้งเรื่อง แบบที่เรื่องอื่นไม่น่าทำได้ น่ารักมากก cry

แพนส์ ลาบีริ้นทร์ /หนังสงครามที่เศร้าเหลือเกิน ยิ่งดูยิ่งเศร้า ยิ่งหม่น ทำให้ต้องมานึกต่อไปว่า เหตุการณ์ที่เธออยู่ในโลกประหลาดนั้น จริงๆแล้วเทียบกับเหตุการณ์ใดในโลกจริง

เฮ่ออ สวัสดี big smile
มีน่าดู ที่ยังไม่ได้ดูหลายเรื่องเลย
จะไปหามาดูบ้าง confused smile
ผมดูแค่ Planet terror ,Transformer เองหนิopen-mounthed smile

#10 By nonworld on 2008-01-07 13:44

ได้ดู
- Babel
- The Devil wears Prada(เพิ่งได้ดูเหมือนกันครับ)
- Hula Girls
- Little Miss Sunshine
- Me and You and Everyone We Know
- Mr.Bean's Holiday

ชอบทุกเรื่อง แต่อย่าง bean นี่ รู้สึกอ่อยๆเหมือนกัน
บางมุกไม่ค่อยสมูท
ฮูล่าเกิร์ล นี่ได้ใจจากน้องยูมากๆ หะหะ

บาเบิลก็รู้สึก จริง ในแง่ของนิสัยมนุษย์
มากกว่าหนังที่สร้างจากเรื่องจริงบางเรื่องอีก

ที่อยากแต่ยังไม่ได้ดูก็
- Michael Clayton
- The Pursuit of Happyness

big smile

#11 By helvetica on 2008-01-25 16:12