หลังจากเรียนจบปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีทางเลือกอยู่สองอย่างให้ผมเลือก คือ เรียนต่อ หรือหางานทำ อาจจะดูเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างยาก แต่มันไม่ยากเลยสำหรับผม ที่จะเลือก ชีวิตการทำงาน และงานที่ผมเดินไปหา ก็ไม่ใช่งานสถาปนิก.....

ผมเดินตรงไปสมัครงานที่บริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ งานโฆษณา โดยหอบหิ้วเอาผลงานที่เคยทำสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา โดยหวังว่ามันจะทำให้เค้าเห็นอะไรจากตัวเราบ้าง ความตั้งใจแรก ผมคิดจะเริ่มต้นด้วยงานผู้ช่วยผู้กำกับ เพื่อความหวังที่จะได้เป็นผู้กำกับในอนาคต แต่สิ่งที่ไม่คาดฝัน มันเกิดขึ้นจากคำถามๆหนึ่ง ที่พี่จิน่า ถามผมในตอนที่ผมนั่งอยู่ตรงหน้าพี่ๆ ผู้บริหาร (ของบริษัทที่ผมอยู่ในปัจจุบัน) "อยากเป็นผู้ช่วย หรือผู้กำกับ" ผมนั่งคิดอยู่นานว่าจะตอบว่าอะไร และเฝ้าคิดหาเหตุผลเท่ห์ๆ ที่จะทำให้เค้าประทับใจ แต่สุดท้ายผมก็ตอบคำถามนั้นจากความรู้สึกจริงๆ ว่าอยากเป็นผู้กำกับ "อยากเป็นผู้กำกับ ก็เป็นผู้กำกับ" คำพูดง่ายๆ ที่ทำเอาผมหูอื้อ และตัวสั่น ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้พี่ๆเค้ามั่นใจในตัวผมขนาดนั้น ผมดีใจจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยิ้ม และขอบคุณ ดูจะเป็นเส้นทางที่หลายๆคนใฝ่ฝัน กับโอกาสกาสที่ได้รับในครั้งนี้ ดูเหมือนนิยายที่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเอาง่ายๆ แต่หลังจากวันนั้น มันไม่มีอะไรง่ายเลย และที่สำคัญ มันไม่ใช่ตอนจบ มันเป็นแค่หน้าแรกของหนังสือเล่มใหม่

ผมเริ่มต้นเป็นผู้กำกับโฆษณาด้วยอายุเพียง 22ปี (ในเวลานั้น) เรียกได้ว่าเป็นผู้กำกับโฆษณาที่อายุน้อยที่สุดในประเทศก็ว่าได้ ฟังดูเท่ห์ แต่ชีวิตจริงมันไม่เท่ห์เลย เพราะแปดเดือนผ่านไป ผมยังไม่มีงานโฆษณาที่มีชื่อของผมเป็นผู้กำกับเลยสักชิ้นเดียว ช่วงเวลาแปดเดือนนั้น น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกแย่ที่สุดช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้ ถึงแม้พี่ๆรอบข้างในบริษัท จะดูแลผมอย่างดี แต่สิ่งที่กดดันที่สุดคือความคาดหวังของตัวเอง และความรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วง ที่คอยรับเงินเดือนเขาทุกเดือน แต่ไม่ได้มีผลงานตอบแทนบริษัทเลย เวลาส่วนใหญ่ในแปดเดือนนั้นเป็นการช่วยเหลือผู้กำกับรุ่นพี่ และเรียนรู้การทำงานในทุกๆขั้นตอน แต่ก็ยังไม่มีใครมาจ้างให้ผมกำกับโฆษณาสักเรื่องเสียที ซึ่งจริงๆแล้วหากคิดในมุมมองของลูกค้า ทำไมเค้าจะต้องเอาสินค้าของเขามาให้คนที่เพิ่งจะเรียนจบมาไม่ถึงปีเป็นคนรับผิดชอบด้วย เป็นช่วงเวลาของการรอคอยที่ทรมานมากๆสำหรับ โอกาสที่จะได้เริ่มต้นกับเขาเสียที

แต่แล้ววันหนึ่งงานชิ้นหนึ่งก็เข้ามา จริงๆแล้วเริ่มต้นงานชิ้นนี้เข้ามาเพื่อให้ผู้กำกับรุ่นพี่อีกคนหนึ่งในบริษัท แต่จะด้วยความสงสาร อยากลอง หรือความอะไรก็แล้วแต่ของพี่เค้า คำพูดง่ายๆของพี่ราเชนทร์ที่บอกกับผมว่า "มีงานให้ทำ" ก็เป็นจุดเริ่มต้นการเป็นผู้กำกับจริงๆเสียที พี่ราเชนทร์ให้ผมร่วมงานนี้ด้วยในฐานะผู้กำกับร่วม แต่บทบาทการทำงานจริงๆแล้ว พี่เขาให้โอกาสกับผมเต็มที่ในการพัฒนางาน และดูรายละเอียดต่างๆ ส่วนพี่เค้าจะคอยเป็นที่ปรึกษา และคอยช่วยเหลือเราเวลาที่เราอยู่กับลูกค้า งานชิ้นนั้น เป็นงานโฆษณา บีอีซี เทโร

ถ้าจำกันได้เมื่อก่อนโลโก้ของบีอีซี จะเป็นตัวหนังสือ ง่ายๆ และค่อนข้างเชย จุดประสงค์หลักของโฆษณาตัวนี้ คือต้องการบอกให้คนทั่วไปรู้ว่า บีอีซีเปลี่ยนโลโก้ใหม่แล้ว และ บีอีซีเทโร มีทุกสื่อความบันเทิงที่เชื่อมติดกับคุณ ไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ คลื่นวิทยุ งานคอนเสิร์ต ฯลฯ แรกเริ่มเดิมทีลูกค้าตั้งใจให้เป็นเรื่องราวประมาณว่า ให้ดารา หรือบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์ของบริษัท เช่น สรยุทธ เอกราช อรปรียา จากเรื่องเล่าเช้านี้(ในขณะนั้น) ทาทายัง ดีเจคลื่นวิทยุ มาจับมือ กับคนที่เป็นลูกค้า โดยมีกราฟฟิกสีแดงๆ วิ่งตลอดเรื่อง พาทุกคนวิ่งไปรวมตัวกัน เพื่อกลายเป็นโลโก้ใหม่ แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ลูกค้าไม่สะดวกนัดให้บุคคลเหล่านี้ มาพร้อมกันเพื่อถ่ายทำ สิ่งที่ลูกค้ามีให้ คือ ฟุตเทจ จากรายการต่างๆ เท่านั้น ผมจึงต้องมาแก้ปัญหากับเรื่องราวเสียใหม่ จนกลายเป็น เรื่องของกลุ่มลูกค้าที่จับมือกัน เพื่อมาดูฟุตเทจต่างๆ ที่แสดงถึงสื่อแขนงต่างๆ ของบีอีซีเทโร และจับมือกันวิ่งรวมตัวเพื่อกลายเป็นรูปโลโก้ใหม่

ด้วยงบประมาณที่จำกัด หนังเรื่องนี้ถ่ายทำวันเดียวในสตูดิโอ และนำภาพคนไปซ้อนกับกราฟฟิกต่างๆ ในขั้นตอนโพสต์ สุดท้ายหนังที่ออกมา ถึงแม้ในฐานะคนทำยังจะคงเห็นข้อผิดพลาดอยู่มาก แต่หนังก็ออกมาในระดับที่ดี ถึงจะยังใช้คำว่าพอใจไม่ได้ (จนวันนี้ก็ยังไม่มีงานชิ้นไหนที่ผมพอใจจริงๆสักที) แต่ก็เป็นงานที่ภูมิใจ ในฐานะที่เป็น การเริ่มต้นใหม่ ในฐานะ ผู้กำกับโฆษณาจริงๆ เสียที

******* หมายเหตุ คลิปด้านล่างนี้ คือโฆษณาเรื่องที่ว่า ด้วยคุณภาพของการโพสต์ในเว็ป อาจทำให้ภาพไม่ค่อยชัดเจนนัก ภาพอาจแตกหรือกระตุกไปบ้าง และเนื่องด้วยเป็นผลงานที่ออกอากาศเมื่อประมาณสองปีที่แล้ว อาจจะมีฟุตเทจบางอย่างที่ดูไม่เป็นปัจจุบัน

 

 

หลังจากงานชิ้นนี้ ก็มีผลงานโฆษณา อีกจำนวนหนึ่งและยังคงทำอยู่เรื่อยๆ จนทุกวันนี้ ถึงจะยังมีจำนวนไม่มากนักก็ตาม โอกาสหน้าจะนำประสบการณ์การทำงานหนังโฆษณา จากปีที่แล้วมาเล่าให้ฟัง เป็นงานที่ภาคภูมิใจที่สุดชิ้นหนึ่งเลยก็ว่าได้

 

..............................โปรดติดตามตอนต่อไป....................................

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดูดีออกนะเนี่ย ชอบมากเลย

#1 By Sirius on 2007-05-05 15:02

ขออภัยที่ยังไม่ได้คอมเมนท์เอนทรีนี้นะคะ (แค่มาตอบ)

ขอปรับความเข้าใจซักนิด

เพราะถ้าการที่บอกว่า"ผิดหวัง"กับหนังซักเรื่องหนึ่ง แล้วคุณคิดว่าอาจเป็นเพราะฉัน"ไม่ได้ไปชมที่โรงภาพยนตร์"นั้น...

สำหรับฉันแล้วถือเป็นการกล่าวหาที่รุนแรงมากค่ะ รับไม่ได้เลย

เพราะคุณยังไม่รู้จักฉัน และไม่รู้จักรสนิยมของฉันเลยแม้แต่น้อย

โกรธนะคะ แรงมาก ซึ่งสำหรับคุณแล้ว การจะชอบหนังซักเรื่องมันก็เป็นเหตุผลส่วนตัวเหมือนที่ฉันกล้าบอกว่าชอบหนังผีบางเรื่อง เพราะคนคงจะคิดว่ามันไร้สาระ แต่นั่นมันเป็นแค่ความชอบส่วนบุคคล และฉันก็ไม่เคยไปว่า คนที่ไม่ชอบหนังเรื่องที่ฉันชอบ เพราะไม่ว่าคุณหรือฉัน จะเอาเรื่องแบบนี้มาตัดสินคนอื่นไม่ได้ค่ะ

ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่คุณชอบแล้วคนอื่นไม่ชอบ นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไปดูระบบเสียงห่วยๆ หรือพากย์ไทยหรอกนะคะ เรื่องแบบนี้..ไม่รู้จักกัน ไม่มีสิทธิ์ตัดสิน ไม่มีสิทธิ์เดาด้วยค่ะ

โกรธค่ะ โกรธ...

#2 By SiLLY OLD WaeW on 2007-05-05 17:03

เจ้าแม่ตามมาุึงนี่เลย แฮะ


ไว้ net ดีดก่อน แล้ว จะจอ วิจารณ์นะ ต้องนี้ เน็ท เต่าขาดใจ ^^

#3 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-05-05 17:10

"ผิดหวัง"ในที่นี้ หมายถึงว่า เราประทับใจ สไปเดอร์แมนภาคแรกมาก เพราะเค้าทำแอคชันได้ดีสมกับมาตรฐานฟอร์มขนาดนั้น ซึ่งจริงๆแล้วถ้าเขาไม่ได้เน้นส่วนดรามาเข้าไปมันก็เป็นหนังที่สนุกและลงตัวอยู่แล้วเชียวละ

แต่เขาไม่ทำแค่นั้น สไปเดอร์แมนภาคแรกยังปูพื้นตัวละครดีมาก มีเรื่องของปรัชญา และพูดถึงคุณธรรมเอาไว้อย่างเข้มข้นและงดงาม เราประทับใจมากนะ ซึ่งภาคต่อของสไปเดอร์แมน ตามเนื้อเรื่องแล้วมันก็เป็นไปตามที่ภาคแรกปูพื้นฐานมา(ตัวเนื้อเรื่องมันดีอยู่แล้ว) เพียงแต่...

สำหรับเรา มันทำไม่ได้เท่าภาคแรก เราใช้มาตราฐานของภาคแรกมาตั้งความหวังเอาไว้สูงเกินไป เราผิดที่ตรงนี้ซึ่งเราก็โทษตัวเอง เวลาที่เราผิดหวัง แต่เราก็ไม่เคยบอกว่ามันเป็นหนังไม่ดี.... เราไม่เคยวิจารณ์มันเสียๆหายๆเลย เราพูดแค่ว่า"ผิดหวัง" นั่นเป็นความเห็นส่วนตัวใช่หรือไม่?

และภาคสาม เราบอกว่าใครจะไปดูก็ไปอย่ามาชวนเรา แค่นั้นเอง แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าเราจะไม่ไปดู.... สำหรับเราแล้วภาพยนตร์บางเรื่อง มันถือเป็นไฟลต์บังคับ

...เรา จะไปดูภาคสาม แม้ว่าคุณจะบอกว่ามันหมดมุขหรืออย่างไรก็ตาม

เพราะ'รสนิยม' และโอกาสที่เลือกเปิดรับ คือ สมบัติส่วนตัวค่ะ

#4 By SiLLY OLD WaeW on 2007-05-05 17:17

แหะๆ กลับไปบลอกตัวเองมา หวังว่าคุณคงพอจะรู้นะว่าเราเป็นคนยังไง(เราเชื่อว่าคุณรู้) เราเลยไม่กั๊กไว้เลยค่ะ โกรธก็บอกโกรธ

ตอนนี้หายแล้วค่ะ ไวมะ

#5 By SiLLY OLD WaeW on 2007-05-05 17:22

(คราวนี้ มา comment ละค่ะ )

ก่อนอื่นไม่ได้กด F5 เลยค่ะ โน๊ตบุ้คมันไม่มีอ่ะค่ะ

ก็อย่างที่เจ้าของผลงานบอกล่ะค่ะ ว่ายังใช้คำว่าพอใจไม่ได้ จริงๆแล้วเราอยากเห็นนะ ว่าถ้าไม่ติดที่ความต้องการ(ถัดมา)ของลูกค้า หรืองบประมาณใดๆเลย ผลงานที่จะออกมาเป็นอย่างไรหนอ

แต่สำหรับงานชิ้นแรกนี้ เราเห็นด้วยนะคะว่าน่าภูมิใจ ..ตอนนี้ไม่กล้าพูดมาก ยังไงก็ดีใจด้วยนะคะ รอติดตามผลงานชิ้นต่อไปว่าจะใช่งานที่เคยผ่านตาไหมหนอ(โฆษณาตัวนี้เราไม่เคยเห็นแฮะ)

ไปดีกว่า

#6 By SiLLY OLD WaeW on 2007-05-05 17:51

งานชิ้นแรกตอนอายุ22
ดีมากเลยค่ะ
คุณได้รับโอกาสที่ดีมากๆ จากเด็กที่เพิ่งจบมาหมาดๆแบบนั้น
แล้วจะรอดูผลงานชิ้นต่อไปนะคะ ^^

#7 By Boo-Boo on 2007-05-05 21:31

ผม ก็ จะ 22 แล้ว อต่ ทำอะไรขนาดนี้ ไม่ได้


ผมว่า ก็ ดูดดี นะครับ แต่ไม่เคย ดู ใน TV นะครับ

แต่ผมว่า ดู ดี นะ ถึง Theme มันจะดู ทึม ๆ มึน ๆหน่อยก็ เถอะ

#8 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-05-05 22:08

สารภาพว่า หลังจาก อ่าน Entry นี้ เป็น อันแรก เกิดอาการ เห็นหัวข้อแล้ว ทนไม่ได้ ไล่ อ่านมัน (เกือบทุกอัน)

เจ๋งครับบ

ไม่รู้จะเขียน อะไรต่อ

ตั้ง แต่ทำหนังสั้น ยัน โฆษนา

รอ ดู หนังของ พี่นะครับ ^^

#9 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-05-05 22:23

ก่อนอื่น...ขอขอบคุณที่ไปคอมเมนต์ที่บล็อกให้นะคะ

โดยส่วนตัวแล้ว ชอบโฆษณานี้นะคะ คอนเซปชัดเจนดี (อืม...แต่ทำไมเราก็ไม่เคยเห็นโฆษณาตัวนี้หว่า?? สองปีที่แล้วเราก็มีทีวีแล้วนา..555+) เริ่มต้นเป็นผู้กำกับโฆษณาเมื่ออายุแค่ 22 นี่ถือว่าเร็วนะคะ และเริ่มต้นได้ดีใช้ได้ เป็นโชคดีของคุณ แม้จะยังหาผลงานที่ยังเป็นที่พอใจสำหรับตัวของคุณเองไม่ได้ แต่คุณยังมีเวลาอีกนานที่จะพัฒนาผลงานของคุณ (แต่ไม่ได้บอกว่า ชิลๆ ไม่ต้องรีบนะคะ) ก็ขอให้หาผลงานที่เป็นที่พอใจ ภูมิใจของคุณได้เร็วๆ นะคะ จะเอาใจช่วยค่ะ

#10 By \/ /\ N ฮ Z Z /\ on 2007-05-06 18:27

ออมว่าสำหรับอายุขนาดนี้นี่ พี่ทำอะไรได้เยอะแล้วนะคะเนี่ย พี่มีโอกาสที่ดีมากเลย ตั้งแต่ หนังสั้นเจ๋งๆที่เคยเอามาเล่า จนตอนนี้เป็นผลงานโฆษณาอย่างที่เห็น ดีใจด้วยค่ะ ดีใจด้วย

ดูจากผลงานแล้วก็ต้องบอกว่า ผลงานสื่อออกมาให้เห็นถึงจุดประสงค์หลักอย่างชัดเจนดีค่ะ

รอติดตามผลงานต่อไปนะคะ

#11 By ออม on 2007-05-06 20:50

ค่ะ ยินดีที่ด้ายรุจักเช่นกันนะค่ะ
เอ็นทรีนี้ยาวมากๆๆ นั่งอ่าน 3 วัน 3 คืนก้อคงม่ายจบ(เว่อ) งั้นหลินขอม่ายอ่านด้ายป่าวค่ะ น๊าหลินม่ายอ่านนะต่ะเอง อิอิ
บายค่ะ
เฮ้ย ผมว่ามันเท่มากเลยวะครับ ทั้งการไปสมัครงานแบบนั้นกับการได้กำกับงานแรกในตอนนั้นแล้วได้งานแบบนี้อะ

#13 By omega on 2007-05-07 10:09

งานชิ้นนี้ เป็นการเริ่มต้นที่ดีใช่ไหมคะ

ผ่านไปนานแค่ไหน จะมีงานชิ้นใหม่ที่ปลื้มมากกว่าอีกเท่าไหร่

ก็ไม่เคยลืมชิ้นแรก


ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน

#14 By ben'tale on 2007-05-07 11:07

ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันค่า
พยายามต่อไปนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันค่ะ

แล้วจะมาเยี่ยมบ่อยๆนะ

#16 By lamoon on 2007-05-07 16:06

น่าภูมิใจด้วยจริงๆค่ะ

แวะมาเยี่ยมคินค่ะ
ชอบอ่า อิอิ

ยังไงก้อขอให้เลือกได้ไว ๆ นะค๊ะ ว่าจะเรียนหรือทำงาน

#18 By LonELy DRaGoN on 2007-05-07 20:04

ดูแล้วลื่นๆดีนะคะ เนื้อหาที่มาที่ไปก็แน่นดีค่ะ ชอบมากในฐานะที่เป็นคนดูค่ะ

#19 By sorbet* (202.28.180.130 /10.7.51.253) on 2007-05-07 22:20

บางทีเราต้องหัดพอใจใน สิ่งที่พอจะเป็นไปได้ในขณะนั้นด้วยกระมัง
จะบอกอะไรให้ ถ้าเป็นข้าน้อย จะโคตรยืดเลย ได้เป็น ผกก.หนังโฆษนาแล้ว

แต่ในบางที เราก็ต้องนำความขุ่นข้องใจไปเป็นพลังด้วย
แค่นี้ก็นับว่าเก่งแล้วคะ ขนาดไม่ได้เรียนด้านนี้มาโดยตรง เหมี่ยวจบทางด้านนี้มาโดยตรง ยังทำไม่ได้เลยคะ ติดตรงที่เป็นคนขี้กลัว กลัวจะทำออกมาได้ไม่ดีกลัวนั้นกลัวนี้ เพราะไม่มีประสบการณ์ได้ลองทำดูเลย เหมี่ยวเรียนรามมันเลยขาดโอกาสทางด้านทำจริงอยู่นิดหน่อย แต่ถ้าถามว่าถ้าให้ทำทำได้ไหมก็ได้อะคะ แต่กลัวไม่ดี ปัจจุบันงานที่ทำก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียนมาเท่าไหร่ แต่ก็พอถูไถได้คะ จะเป้นกำลังใจให้ในฐานะคนที่อยากทำงานด้านนี้อยู่เหมือนกันนะคะ

#21 By มะเหมี่ยว on 2007-05-08 07:44

โอเคนะครับ ตัดต่อเจ๋งดีอ่ะ ฉึบฉับๆ

#22 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-05-08 13:13

เข้ามารอผลงานชิ้นใหม่ด้วยใจจดจ่อเช่นเดียวกับเจ้าของบล๊อกค่ะ
สู้สู้

#23 By แก้ว (203.170.234.154) on 2007-05-08 16:07

เก่งจังเลย

#24 By nt_piggy on 2007-05-09 01:04

เราก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามจะเดินทางนี้

เราจบมนุษย์ แต่อยากจะทำงานเบื้องหลัง ทำงานโทรทัศน์ ทำงานกองถ่าย

เราไม่หวังที่จะได้เป็นผู้กำกับ เพียงแต่เราอยากจะทำงานที่มันมากกว่าเข้า9ออก5
เราเพิ่งไปสัมพาดมาที่บริษัทหนึ่งในตึกมาลันนท์
และเราหวังว่าจะได้ไปเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น...

ดีใจด้วยที่คุณได้ไปยืนอยู่ณ.จุดนั้นแล้ว และมีงานเป็นของตัวเอง

#25 By สุด on 2007-05-09 23:04

ดูคลิปไม่ได้ค่ะ แต่ดีใจด้วยนะคะที่ได้เดินในเส้นทางที่ฝันไว้

#26 By dasaifu on 2007-05-12 05:23

ยินดีด้วยกับก้าวแรกครับ
สุดยอดครับๆ

มืออาชีพมากๆ เจ๋ง

#28 By Bighead on 2007-05-13 12:02

เยี่ยมจริงๆ จะรอดูผลงานชิ้นต่อไปครับ
คนที่เป็น perfectionist ก็คงจะบอกว่าผลงานตัวเองไม่ดี แบบโน้น แบบนี้ แต่ผมว่า ไม่มีผลงานไหนในโลกที่ไร้ที่ติ
(เพิ่งสังเกตุว่า BEC เปลี่ยนโลโก้จริงๆด้วย)

#30 By มนุษย์กล่อง on 2007-06-07 12:31

ผมว่าการเริ่มต้น แม้ยังติดๆขัดๆแต่ก็ยังดีใช่ไหมครับ

อ๊ะ เข้าใจแล้วว.!

#31 By ชายบิ๊กส์ on 2007-08-02 14:42

#32 By (210.213.18.26) on 2007-12-10 18:41

ก็โอเคนี่หว่า แก ดีออก

#33 By saki (58.9.4.172) on 2008-04-01 00:47