การรอคอย..กับหนังโฆษณาเรื่องแรก
posted on 04 May 2007 01:42 by brawatcher in 06-WorkingStudio
หลังจากเรียนจบปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีทางเลือกอยู่สองอย่างให้ผมเลือก คือ เรียนต่อ หรือหางานทำ อาจจะดูเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างยาก แต่มันไม่ยากเลยสำหรับผม ที่จะเลือก ชีวิตการทำงาน และงานที่ผมเดินไปหา ก็ไม่ใช่งานสถาปนิก.....
ผมเดินตรงไปสมัครงานที่บริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ งานโฆษณา โดยหอบหิ้วเอาผลงานที่เคยทำสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา โดยหวังว่ามันจะทำให้เค้าเห็นอะไรจากตัวเราบ้าง ความตั้งใจแรก ผมคิดจะเริ่มต้นด้วยงานผู้ช่วยผู้กำกับ เพื่อความหวังที่จะได้เป็นผู้กำกับในอนาคต แต่สิ่งที่ไม่คาดฝัน มันเกิดขึ้นจากคำถามๆหนึ่ง ที่พี่จิน่า ถามผมในตอนที่ผมนั่งอยู่ตรงหน้าพี่ๆ ผู้บริหาร (ของบริษัทที่ผมอยู่ในปัจจุบัน) "อยากเป็นผู้ช่วย หรือผู้กำกับ" ผมนั่งคิดอยู่นานว่าจะตอบว่าอะไร และเฝ้าคิดหาเหตุผลเท่ห์ๆ ที่จะทำให้เค้าประทับใจ แต่สุดท้ายผมก็ตอบคำถามนั้นจากความรู้สึกจริงๆ ว่าอยากเป็นผู้กำกับ "อยากเป็นผู้กำกับ ก็เป็นผู้กำกับ" คำพูดง่ายๆ ที่ทำเอาผมหูอื้อ และตัวสั่น ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้พี่ๆเค้ามั่นใจในตัวผมขนาดนั้น ผมดีใจจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยิ้ม และขอบคุณ ดูจะเป็นเส้นทางที่หลายๆคนใฝ่ฝัน กับโอกาสกาสที่ได้รับในครั้งนี้ ดูเหมือนนิยายที่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเอาง่ายๆ แต่หลังจากวันนั้น มันไม่มีอะไรง่ายเลย และที่สำคัญ มันไม่ใช่ตอนจบ มันเป็นแค่หน้าแรกของหนังสือเล่มใหม่
ผมเริ่มต้นเป็นผู้กำกับโฆษณาด้วยอายุเพียง 22ปี (ในเวลานั้น) เรียกได้ว่าเป็นผู้กำกับโฆษณาที่อายุน้อยที่สุดในประเทศก็ว่าได้ ฟังดูเท่ห์ แต่ชีวิตจริงมันไม่เท่ห์เลย เพราะแปดเดือนผ่านไป ผมยังไม่มีงานโฆษณาที่มีชื่อของผมเป็นผู้กำกับเลยสักชิ้นเดียว ช่วงเวลาแปดเดือนนั้น น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกแย่ที่สุดช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้ ถึงแม้พี่ๆรอบข้างในบริษัท จะดูแลผมอย่างดี แต่สิ่งที่กดดันที่สุดคือความคาดหวังของตัวเอง และความรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วง ที่คอยรับเงินเดือนเขาทุกเดือน แต่ไม่ได้มีผลงานตอบแทนบริษัทเลย เวลาส่วนใหญ่ในแปดเดือนนั้นเป็นการช่วยเหลือผู้กำกับรุ่นพี่ และเรียนรู้การทำงานในทุกๆขั้นตอน แต่ก็ยังไม่มีใครมาจ้างให้ผมกำกับโฆษณาสักเรื่องเสียที ซึ่งจริงๆแล้วหากคิดในมุมมองของลูกค้า ทำไมเค้าจะต้องเอาสินค้าของเขามาให้คนที่เพิ่งจะเรียนจบมาไม่ถึงปีเป็นคนรับผิดชอบด้วย เป็นช่วงเวลาของการรอคอยที่ทรมานมากๆสำหรับ โอกาสที่จะได้เริ่มต้นกับเขาเสียที
แต่แล้ววันหนึ่งงานชิ้นหนึ่งก็เข้ามา จริงๆแล้วเริ่มต้นงานชิ้นนี้เข้ามาเพื่อให้ผู้กำกับรุ่นพี่อีกคนหนึ่งในบริษัท แต่จะด้วยความสงสาร อยากลอง หรือความอะไรก็แล้วแต่ของพี่เค้า คำพูดง่ายๆของพี่ราเชนทร์ที่บอกกับผมว่า "มีงานให้ทำ" ก็เป็นจุดเริ่มต้นการเป็นผู้กำกับจริงๆเสียที พี่ราเชนทร์ให้ผมร่วมงานนี้ด้วยในฐานะผู้กำกับร่วม แต่บทบาทการทำงานจริงๆแล้ว พี่เขาให้โอกาสกับผมเต็มที่ในการพัฒนางาน และดูรายละเอียดต่างๆ ส่วนพี่เค้าจะคอยเป็นที่ปรึกษา และคอยช่วยเหลือเราเวลาที่เราอยู่กับลูกค้า งานชิ้นนั้น เป็นงานโฆษณา บีอีซี เทโร
ถ้าจำกันได้เมื่อก่อนโลโก้ของบีอีซี จะเป็นตัวหนังสือ ง่ายๆ และค่อนข้างเชย จุดประสงค์หลักของโฆษณาตัวนี้ คือต้องการบอกให้คนทั่วไปรู้ว่า บีอีซีเปลี่ยนโลโก้ใหม่แล้ว และ บีอีซีเทโร มีทุกสื่อความบันเทิงที่เชื่อมติดกับคุณ ไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ คลื่นวิทยุ งานคอนเสิร์ต ฯลฯ แรกเริ่มเดิมทีลูกค้าตั้งใจให้เป็นเรื่องราวประมาณว่า ให้ดารา หรือบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์ของบริษัท เช่น สรยุทธ เอกราช อรปรียา จากเรื่องเล่าเช้านี้(ในขณะนั้น) ทาทายัง ดีเจคลื่นวิทยุ มาจับมือ กับคนที่เป็นลูกค้า โดยมีกราฟฟิกสีแดงๆ วิ่งตลอดเรื่อง พาทุกคนวิ่งไปรวมตัวกัน เพื่อกลายเป็นโลโก้ใหม่ แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ลูกค้าไม่สะดวกนัดให้บุคคลเหล่านี้ มาพร้อมกันเพื่อถ่ายทำ สิ่งที่ลูกค้ามีให้ คือ ฟุตเทจ จากรายการต่างๆ เท่านั้น ผมจึงต้องมาแก้ปัญหากับเรื่องราวเสียใหม่ จนกลายเป็น เรื่องของกลุ่มลูกค้าที่จับมือกัน เพื่อมาดูฟุตเทจต่างๆ ที่แสดงถึงสื่อแขนงต่างๆ ของบีอีซีเทโร และจับมือกันวิ่งรวมตัวเพื่อกลายเป็นรูปโลโก้ใหม่
ด้วยงบประมาณที่จำกัด หนังเรื่องนี้ถ่ายทำวันเดียวในสตูดิโอ และนำภาพคนไปซ้อนกับกราฟฟิกต่างๆ ในขั้นตอนโพสต์ สุดท้ายหนังที่ออกมา ถึงแม้ในฐานะคนทำยังจะคงเห็นข้อผิดพลาดอยู่มาก แต่หนังก็ออกมาในระดับที่ดี ถึงจะยังใช้คำว่าพอใจไม่ได้ (จนวันนี้ก็ยังไม่มีงานชิ้นไหนที่ผมพอใจจริงๆสักที) แต่ก็เป็นงานที่ภูมิใจ ในฐานะที่เป็น การเริ่มต้นใหม่ ในฐานะ ผู้กำกับโฆษณาจริงๆ เสียที
******* หมายเหตุ คลิปด้านล่างนี้ คือโฆษณาเรื่องที่ว่า ด้วยคุณภาพของการโพสต์ในเว็ป อาจทำให้ภาพไม่ค่อยชัดเจนนัก ภาพอาจแตกหรือกระตุกไปบ้าง และเนื่องด้วยเป็นผลงานที่ออกอากาศเมื่อประมาณสองปีที่แล้ว อาจจะมีฟุตเทจบางอย่างที่ดูไม่เป็นปัจจุบัน
หลังจากงานชิ้นนี้ ก็มีผลงานโฆษณา อีกจำนวนหนึ่งและยังคงทำอยู่เรื่อยๆ จนทุกวันนี้ ถึงจะยังมีจำนวนไม่มากนักก็ตาม โอกาสหน้าจะนำประสบการณ์การทำงานหนังโฆษณา จากปีที่แล้วมาเล่าให้ฟัง เป็นงานที่ภาคภูมิใจที่สุดชิ้นหนึ่งเลยก็ว่าได้
..............................โปรดติดตามตอนต่อไป....................................
Tokyo Tower : Mom,Me and Sometimes Dad
เจ้าแม่ตามมาุึงนี่เลย แฮะ
#1 By Sirius on 2007-05-05 15:02